ประวัติของพระเจนดุริยางค์ บิดาแห่งโน้ตสากล

พระเจนดุริยางค์ (ปิติ วาทยะกร) คือบุคคลสำคัญในวงการดนตรีของประเทศไทย เป็นผู้ริเริ่มการบันทึกเพลงไทยเดิมด้วยโน้ตสากลโดยเทียบเสียงให้ตรงกับเครื่องดนตรีไทยทุกชิ้น เรียกว่า เพลงไทยประสานเสียง (Thai Music Harmony) ของ กรมศิลปากร พระเจนดุริยางค์ เดิมชื่อว่า ปีเตอร์ ไฟท์ (Peter Feit) เกิดเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2426 ที่ตำบลบ้านทวาย จังหวัดพระนคร เป็นบุตรของนายยาคอบ ไฟท์ (Jakob Feit) ชาวเยอรมันกับนางทองอยู่ ชาวไทยเชื้อสายมอญ มีภรรยาสามคนคือนางเบอร์ธา นางบัวคำและนางลิ้ม มีบุตรธิดารวมทั้งสิ้น 10 คน ภายหลังพระเจนดุริยางค์ได้เปลี่ยนชื่อเป็นไทยว่า “ปิติ” และได้รับพระราชทานนามสกุลว่าวาทยะกร

พระเจนดุริยางค์ (ปิติ วาทยะกร)(ภาพจากวิดีโอ สยามศิลปิน – พระเจนดุริยางค์ ผู้วางรากฐานดุริยางคศิลป์ของไทย: youtube.com)

พระเจนดุริยางค์ เริ่มเข้าเรียนหนังสือที่โรงเรียนอัสสัมชัญ บางรัก เมื่อ พ.ศ. 2433 และจบการศึกษาหลักสูตรภาษาฝรั่งเศสและภาษาอังกฤษเมื่อ พ.ศ. 2433 พระเจนฯ เริ่มเรียนดนตรีตั้งแต่อายุ 10 ขวบ โดยมีบิดาคอยดูแลสั่งสอน ต่อจากนั้นได้ศึกษาดนตรีด้วยตนเองมาโดยตลอดจนมีความรู้และความชำนาญในการดนตรีอย่างแตกฉาน เมื่อท่านจบการศึกษาจากอัสสัมชัญก็เข้ารับราชการในกรมรถไฟหลวง ในราว พ.ศ. 2460 วงดนตรีภายใต้การดูแลของพระเจนดุริยางค์นี้ได้บรรเลงเพลงชั้นสูงพวก Symphony ตลอดจนแสดงมหาอุปรากร (Opera) ขึ้น จนนักวิจารณ์ชาวต่างประเทศในเวลานั้นยกย่องวงดนตรีของท่านว่าเป็นวงดนตรีที่ดีที่สุดในภูมิภาคตะวันออกไกล ใน พ.ศ.2475 เกิดจากการเปลี่ยนแปลงการปกครองในเมืองไทยทำให้วงดนตรีนี้ได้ซบเซาลง

ใน พ.ศ. 2477 เมื่อพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ทรงสละพระราชสมบัติ กิจการของวงดนตรีสากลก็ถูกย้ายเข้ามาอยู่ในสังกัดกรมศิลปากร คณะรัฐมนตรีมีมติให้ตัดงบประมาณของวงดนตรีลงครึ่งหนึ่ง โดยให้ 2 ทางเลือก คือปลดนักดนตรีลงเหลือเพียงครึ่งเดียวหรือคงจำนวนไว้เช่นเดิมแต่ลดเงินเดือนลงครึ่งหนึ่งของที่เคยได้รับ วงดนตรีของพระเจนดุริยางค์ได้เผชิญกับวิกฤตการณ์ต่างๆ นานัปการ

ผลงานพระเจนดุริยางค์

ด้านการประพันธ์
ประพันธ์ทำนองเพลงชาติไทย, ประพันธ์เพลงไทยประสานเสียงประกอบภาพยนตร์ เรื่อง พระเจ้าช้างเผือก (2484) และบ้านไร่นาเรา (2485)

ด้านวงดุริยางค์สากล
ริเริ่มสร้างเรียบเรียงทำนองเพลงไทยประสานเสียง (Thai Music Harmony) สำหรับการบรรเลงเพลงไทยด้วยเครื่องดุริยางค์สากล รวมทั้งเพลงประกอบการแสดง ละครเวที ได้แก่ แขกเชิญเจ้า ,ปฐม ,ต้นบรเทศ ,ขับไม้บัณเฑาะว์ ,พม่ารำขวาน ,ธรณีกรรแสง, พสุธากรรแสง ,พม่าประเทศ, เพลงเขมรไทรโค  แขกเชิญเจ้า  ต้นวรเชษฐ์  มหาฤกษ์  มหาชัย ฯลฯ

ด้านตำรา
ท่านได้แต่งตำราวิชาดนตรีสากลเป็นภาษาไทย แบบเรียนวิชาการประสานเสียง เล่ม 1 และ 2, แบบเรียนดุริยางค์ศาสตร์สากล, หลักวิชาการดนตรีและขับร้องเล่ม 1-2-3

นอกจากนี้ พระเจนดุริยางค์มีส่วนในการพัฒนาวงโยธวาทิต โดยได้จัดตั้งวงโยธวาทิตกองดุริยางค์ทหารอากาศ พ.ศ. 2483 ก่อตั้งวงดุริยางค์สากล (วงโยธวาทิต) ของกรมตำรวจ พ.ศ. 2493 เป็นผู้วางรากฐานวงโยธวาทิตระดับมัธยมศึกษา พ.ศ. 2500 และมีผลงานการเรียบเรียงเสียงประสานสำหรับวงโยธวาทิตหลายเพลง ได้แก่

  • เพลงชาติไทย
  • เพลงสรรเสริญพระบารมี
  • เพลงมาร์ชราชวัลลภ
  • เพลงสายฝน
  • เพลงยามเย็น
  • เพลงเทวาพาคู่ฝัน
  • เพลงมาร์ชธงชัยเฉลิมพล
  • เพลงอาทิตย์อับแสง
  • เพลงแก้วตาขวัญใจ
  • เพลงชะตาชีวิต
  • เพลงมหาจุฬาลงกรณ์

ศิษย์เอกของพระเจนดุริยางค์

ท่านได้อบรมลูกศิษย์ให้มีความรู้ ความสามารถในเรื่องดนตรีสากลเป็นจำนวนมากมายหลายคนกำลังเป็นนักดนตรี นักแต่งเพลงหรือหัวหน้าวงที่มีชื่อเช่น เอื้อ สุนทรสนาน ,สง่า อารัมภีร์, ชลหมู่ ชลานุเคราะห์ (นักเชลโล่ ,ผู้เรียบเรียงและอำนวยเพลงวงดุริยางค์สากลกรมศิลปากร ), สุรพล แสงเอก และเรืออากาศโท ประกิจ วาทะยากร (บุตรของท่านเอง)

พระเจนดุริยางค์ได้โอนสังกัดไปสอนในวงดุริยางค์ทหารอากาศเมื่อ พ.ศ. 2483 เมื่ออายุได้ 57 ปี จนเกษียณอายุราชการ หลังเกษียณแล้วได้รับเชิญเป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัยศิลปากร และในปี พ.ศ. 2493 กรมตำรวจได้ขอยืมตัวให้ไปก่อตั้งวงดุริยางค์สากลกรมตำรวจและทำงานให้กรมตำรวจจนถึงแก่กรรมเมื่อวันที่  25 ธันวาคม พ.ศ. 2511 สิริอายุได้ 85 ปี 5 เดือน

แหล่งข้มูลอ้างอิง
– ข้อมูล พระเจนดุริยางค์ (ปิติ วาทยะกร): th.wikipedia.org